OverseasChinese

ผลกระทบทางด้านสังคม

posted on 21 Dec 2008 11:51 by chineses-coming in OverseasChinese

การจัดระเบียบสังคมจากศาลเจ้าประจำตระกูลตามจารีตโบราณ

คนจีนมีการจัดระเบียบสังคมจากระบบเครือญาติ วงศ์ตระกูล

การใช้แซ่เดียวกัน หมายถึง ความเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

แต่ระบบวงศ์ตระกูลที่เข้มข้นหายไปจากสังคมจีน

เมื่อเปลี่ยนระบบการปกครองเป็นสังคมนิยม

ทำให้คุณธรรม จริยธรรมในครอบครัวเครือญาติค่อยๆ พลอยสูญหายไปด้วย

ที่เมืองไทย กระแสโลกาภิวัฒน์ของปัจจุบัน

ก็ทำให้จารีตดีงามนี้มีแนวโน้มที่จะสูญหายไปเช่นกัน

นอกจาก ความเป็นพวกเดียวกัน ที่สะท้อนผ่านชื่อแซ่แล้ว

ยังมีศาลเจ้าประจำตระกูลที่เป็นเสมือนสถานที่กลาง

ในการจัดพิธีกรรมและกิจกรรมร่วมกัน

องค์กรทางวงศ์ตระกูล ประกอบด้วย

1.ตำบลหมู่บ้าน คือ สมาชิกมาจากคนแซ่เดียวกันและบรรพบุรุษเดียวกัน

2.หัวหน้าตำบลหมู่บ้าน มีลักษณะเป็นศูนย์รวมของประชาชนในตำบลหมู่บ้าน

ตำแหน่งของหัวหน้าหมู่บ้านอาจได้รับเลือกตั้งโดยตรง

หรือโดยปริยายที่รับรู้กันอยู่แล้ว

3.อำนาจหน้าที่ของหัวหน้าตำบลหมู่บ้าน

คือ การให้ความร่วมมือกับทางราชการ

และเป็นตัวกลางระหว่างราชการกับชาวบ้าน

4.สังคมภายในตำบลหมู่บ้าน

มีความผูกพันกันด้วยระบบคุณธรรม จริยธรรม ความกตัญญู

โดยหัวหน้าองค์กรมีฐานะเป็นบิดาของชาวบ้าน

5.การปกครองในตำบลหมู่บ้าน

หัวหน้าจะทำหน้าที่ไหล่เกลี่ยข้อพิพาทในเบื้องต้นก่อน

คดีที่มีความซับซ้อนหรือเป็นคดีใหญ่

จะนำมาพิจารณาในระดับสภาอาวุโสโดยวิธีเรียกประชุม

สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็นกฎหมายชุมชน

เป็นระเบียบสังคมซึ่งหากยึดถือปฏิบัติได้ในชุมชน

ก็สามารถสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นได้

โดยกฎหมายบ้านเมืองอาจไม่จำเป็นก็ได้

การบริหารงานของศาลเจ้าประจำตระกูลนั้น

มีเรื่องของการศึกษาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

นับเป็นปรัชซาการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง

เช่น โรงเรียนสอนภาษาจีนในไทย

 

 

ระบบแซ่ : กุศโลบายของการรักษาความดี

การตั้งชื่อ นามสกุลหรือแซ่นั้น

เป็นวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงการสืบสายเลือด การสืบทอดทรัพย์มรดก

เมื่อพบคนแซ่เดียวกันหรือ กลุ่มภาษาเดียวกัน

ก็จะทราบทันทีว่าควรเรียกตามการลำดับญาติอย่างไร

ศาลเจ้าในชุมชน ในย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นของชาวจีน

โดยเฉพาะย่านตลาด มักมีศาลเจ้าน้อยใหญ่ปรากฏเสมอ

เพราะเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

มีบทบาทต่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของกลุ่มชน

ส่วนใหญ่มักพบศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง เล่าปุนเถ้าม่า

ความหมายไทยๆคือ ศาลตาศาลยาย

ศาลเจ้าเหล่านี้บางแห่งก็นับถือรูปเคารพต่างกันออกไปบ้าง

สาเหตุส่วนหนึ่งของการนับถือเทพเจ้าเหล่านี้

ก็เพราะคนจีนที่รอนแรมมาในทะอันผันแปรอยู่ตลอดเวลาที่เขาอยู่บนเรือ

ทำให้เขาเซ่นสรวงบูชาเทพเจ้าทางทะเล

หรือเทพเจ้าที่ตนเคารพนับถือเมือยังอยู่ ณ ดินแดนมาตุภูมิ

เมื่อขึ้นบกที่เมืองไทยอย่างปลอดภัยแล้ว

จึงมักนึกถึงเทพที่เชื่อว่าช่วยให้ตนพ้นภัย

ดังนั้นรูปเคารพในศาลเจ้าแต่ละแห่งจึงต่างกันออกไป

ศาลเจ้าต่างจากวัดจีนที่วัดจีนมีพระภิกษุพำนักอยู่

และศาลเจ้าก็ต่างจากโรงเจที่ว่า

โรงเจนั้นอนุญาตให้คนถือศีลกันเจเข้ามาพำนักปฏิบัติศาสนกิจได้ในช่วงเทศกาลกินเจ

ในขณะที่ความบันเทิงที่มากับศาลเจ้าหรือโรงเจก็คือ

การมีงิ้วฉลองในเทศกาลประจำปี

 

บทบาทของศาลเจ้าจีนต่อภาวะสังคมปัจจุบัน

กิจกรรมเกี่ยวกับศาลเจ้าตามวาระสำคัญของแต่ละศาลเจ้า

เช่น วันเกิดเจ้าก็จะมีคณะกรรมการศาลเจ้า

และชาวบ้านในย่านนั้นๆ ช่วยกันจัดงานฉลอง

อาจเรียกว่างานไหว้เจ้าประจำปี

มีมหรสพซึ่งมักเป็นงิ้วหรือหนังกลางแปลงมาสร้างความบันเทิง

บางแห่งอาจอัญเชิญรูปเคารพออกแห่รอบตลาดหรือรอบชุมชน

เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อเป็นการป่าวประกาศถึงวาระมงคลนี้

งานไหว้เจ้าประจำปีจึงน่าจะมีบทบาทต่อสังคม

โดยเฉพาะสังคมท้องถิ่นที่เป็นย่านตลาดต่อไปอีกนาน

ส่วนรายได้จากการประมูลนี้ คณะกรรมการจะนำมาบำรุงศาลเจ้า

ถือเป็นการเจือจุนสังคมส่วนรวมไปโดยปริยาย

 

การอบรมขัดเกลาของครอบครัวจีนในสังคมไทย

ความกตัญญูและซื่อสัตย์

เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวจีนในเมืองไทยประสบความสำเร็จ

และมีครอบครัวที่เป็นปึกแผ่น กลมเกลียว

เพราะแม้ในยุคปัจจุบันคุณธรรมสองส่วนนี้

ก็ยังสามารถนำมาเป็นจุดขายทางการเมืองได้

คุณธรรมซื่อสัตย์นี้สอดคล้องกับอุปนิสัยชอบค้าขายของชาวจีนมาก

เพราะหากปราศจากเสียซึ่งความซื่อสัตย์

การซื้อขายก็ต้องใช้เงินสดเสมอ

แต่หากทำการค้าซื่อสัตย์ต่อกันจนเกิดความไว้วางใจ

แม้หากบางช่วงขาดเงินทองก็ยังมีความเชื่อถือเป็นหลักประกัน

คนจีนที่ทำการค้าจึงนับถือเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ คือ เทพกวนอูมาก

ความกตัญญูนั้น ผลเชื่อมโยงมาสู่ความเป็นปึกแผ่นของสังคม

เป็นสิ่งที่ขงจื่อปรัชญาเมธีจีนสอนสั่งมาเป็นพันๆปีแล้ว

ที่ลูกหลานต้องกตัญญูบรรพชน ผู้น้อยต้องกตัญญูผู้ใหญ่

 

เห็นคุณค่าของการทำงานหนัก

เห็นคุณค่าของการศึกษาและการแสวงหาอาชีพ

ความยากลำบากในการดำเนินชีวิตของจีนรุ่นแรกในสยาม

น่าจะเป็นแรงเสริมสำคัญให้คนรุ่นถัดมามีความมานะพยายาม

ในการหาวิธีที่จะก่อร่างสร้างตัวให้เป็นปึกแผ่นหรืออย่างน้อย

ก็มีกินมีใช้มากกว่ารุ่นแรก ลูกหลานชาวจีนจึงมักขวนขวายในการเรียน

ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนลูกหลานประเภทที่ เข็นไม่ขึ้น

คนจีนก็จะมีจารีตของตนในหารอบรมลูกหลานให้เป็นคนที่ใฝ่การอาชีพ

โดยนำไปฝากฝังกับผู้ทำงานช่างหรือหัตถกรรมเพื่อฝึกงาน

 

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ

posted on 11 Dec 2008 17:04 by chineses-coming in OverseasChinese
หลังจากประเทศไทยทำสนธิสัญญาบาวริ่งกับอังกฤษ

การค้ากับต่างประเทศก็ขยายตัวมากขึ้น

ไทยมีผลผลิตที่สำคัญอันเป็นที่ต้องการของนานาชาติถึง ๔ ประเภท

ข้าว ดีบุก ไม้สัก และยางพารา

ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวมกันถึงราว ๘๑-๙๑% โดยเฉพาะข้าว

ซึ่งวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยคือผลิตพอกิน

หากเหลือเล็กน้อยอาจแลกของจำเป็นอื่นๆมากินมาใช้ในครัวเรือนเท่านั้น

แต่เมื่อข้าวเกิดเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก

รัฐบาลสยามเวลานั้นจึงบุกเบิกพื้นที่ทำนาเพิ่มขึ้น

คนที่ทำหน้าที่แปรรูปและจำหน่ายข้าวก็คือคนจีน

เพราะคนไทยนั้นโดยอุปนิสัยไม่สู้